การทำงานบนที่สูง
![]() |
![]() |
![]() |
Safe Work at Height หลักสูตรความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูง
การดำเนินธุรกิจ “คน” ถือเป็นทรัพยากรที่สำคัญ ในการผลิตและการดำเนินธุรกิจ ดังนั้นความปลอดภัยในการทำงานจึงถือเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งในการดำเนินธุรกิจ เพราะความปลอดภัยในการทำงานจะมีผลต่อการลดต้นทุนทั้งทางตรงและทางอ้อม บริษัท เค.เอ็น. เซฟตี้ แมนเนจเม้นท์ จำกัด ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าวข้างต้นจึงได้เสนอโครงการฝึกอบรมโดยอ้างอิงตามกฎกระทรวงฯ ในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจากที่สูงและที่ลาดชันจากวัสดุกระเด็น ตกหล่นและพังทลาย และจากการตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ พ.ศ. 2564
การดำเนินธุรกิจ “คน” ถือเป็นทรัพยากรที่สำคัญ ในการผลิตและการดำเนินธุรกิจ ดังนั้นความปลอดภัยในการทำงานจึงถือเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งในการดำเนินธุรกิจ เพราะความปลอดภัยในการทำงานจะมีผลต่อการลดต้นทุนทั้งทางตรงและทางอ้อม บริษัท เค.เอ็น. เซฟตี้ แมนเนจเม้นท์ จำกัด ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าวข้างต้นจึงได้เสนอโครงการฝึกอบรมโดยอ้างอิงตามกฎกระทรวงฯ ในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจากที่สูงและที่ลาดชันจากวัสดุกระเด็น ตกหล่นและพังทลาย และจากการตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ พ.ศ. 2564

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง และมาตรา 8 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 รัฐมนตรีว่าการกระทรวง แรงงานออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ในกฎกระทรวงนี้
“ทํางานในที่สูง” หมายความว่าการทํางานในพื้นที่ปฏิบัติงานที่สูงจากพื้นดิน หรือจากพื้นอาคาร ตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป ซึ่งลูกจ้างอาจพลัดตกลงมาได้
“นั่งร้าน”หมายความว่า โครงสร้างชั่วคราวที่สูงจากพื้นดินหรือจากพื้นอาคาร หรือส่วนของ สิ่งก่อสร้าง สําหรับเป็นที่รองรับลูกจ้าง วัสดุ หรือเครื่องมือและอุปกรณ์
“อาคาร” หมายความว่า อาคารตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร
หมวด 1 บททั่วไป
ข้อ 2นายจ้างต้องจัดให้มีข้อบังคับและขั้นตอนการปฏิบัติงานเพื่อความปลอดภัย ในการทํางานในที่สูง ที่ลาดชัน ที่อาจมีการกระเด็น ตกหล่น หรือพังทลายของวัสดุสิ่งของ และที่อาจทําให้ ลูกจ้างพลัดตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย การระบุอันตราย ที่อาจเกิดขึ้นจากการทํางาน การวางแผนการปฏิบัติงาน และการป้องกันและควบคุมอันตราย รวมทั้งต้องอบรมหรือชี้แจงให้ลูกจ้างได้รับทราบก่อนเริ่มปฏิบัติงานและควบคุมดูแลให้ลูกจ้างปฏิบัติตาม อย่างเคร่งครัด และต้องมีสําเนาเอกสารดังกล่าวไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้

ข้อ 3 ในการประกอบ การติดตั้ง การตรวจสอบ และการใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตราย จากการตกจากที่สูงและที่ลาดชัน จากวัสดุกระเด็น ตกหล่น หรือพังทลาย และจากการตกลงไป ในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ
# ให้นายจ้างปฏิบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะ และคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตกําหนดไว้
หากไม่มีรายละเอียดคุณลักษณะ และคู่มือการใช้งานดังกล่าว นายจ้างต้องดําเนินการ ให้วิศวกรซึ่งได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร เป็นผู้จัดทํารายละเอียดคุณลักษณะ และคู่มือการใช้งานขึ้นเป็นหนังสือ และต้องมีสําเนาเอกสาร ดังกล่าวไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้
ข้อ 4 นายจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่มีมาตรฐาน เหมาะสมกับสภาพของการทํางานในที่สูงฯ เช่น เข็มขัดนิรภัย เชือกนิรภัยหรือสายช่วยชีวิต หมวกนิรภัย รองเท้าชนิดหุ้มส้นพื้นยาง หรือถุงมือ และดูแลให้ลูกจ้างใช้อุปกรณ์นั้น
ข้อ 4 ในกรณีที่ให้ลูกจ้างใช้เข็มขัดนิรภัยและเชือกนิรภัยหรือสายช่วยชีวิตพร้อมอุปกรณ์ประกอบ นายจ้างต้องจัดทําจุดยึดตรึงเชือกนิรภัยหรือสายช่วยชีวิตไว้กับส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคาร หรือโครงสร้างอื่นใด ที่มีความมั่นคง แข็งแรง และปลอดภัยต่อการใช้งาน
ข้อ 5 นายจ้างต้องจัดให้มีการบํารุงรักษาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายตามข้อ 3 และอุปกรณ์ คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลตามข้อ 4 ตามมาตรฐานที่ผู้ผลิตกําหนด
และจัดให้มีการตรวจสอบ สภาพของอุปกรณ์ให้มีความปลอดภัยก่อนการใช้งานทุกครั้ง และต้องมีสําเนาเอกสารดังกล่าวไว้ ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้
ข้อ 6 ในกรณีที่นายจ้างต้องจัดทําราวกั้นหรือรั้วกันตก ราวกั้นหรือรั้วกันตกต้องมี ความสูงไม่น้อยกว่า 90 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 1.10 เมตร ซึ่งมีความมั่นคง แข็งแรง และปลอดภัย เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ในกรณีที่ใช้แผงทึบแทนราวกั้นหรือรั้วกันตก แผงทึบต้องมีความสูงไม่น้อยกว่า 90 เซนติเมตร

ข้อ 8 ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทํางานในที่สูง
# นายจ้างต้องจัดให้มีนั่งร้าน หรือ ดําเนินการด้วยวิธีการอื่นใดที่เหมาะสมกับสภาพของการทํางาน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ลูกจ้าง โดยต้องมีความมั่นคง แข็งแรง และปลอดภัย

ข้อ 9 ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทํางานในที่สูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป
# นายจ้างต้องจัดทําราวกั้นหรือรั้วกันตก ตาข่ายนิรภัย หรืออุปกรณ์ป้องกันอื่นใดที่เหมาะสมกับสภาพของการทํางาน ทั้งนี้ต้องจัดให้มีการใช้เข็มขัดนิรภัยและเชือกนิรภัยหรือสายช่วยชีวิตพร้อมอุปกรณ์ตลอดระยะเวลาการทํางาน
ข้อ 10 ในกรณีที่มีปล่องหรือช่องเปิดต่าง ๆ ซึ่งอาจทําให้ลูกจ้างพลัดตก
# นายจ้าง ต้องจัดทําฝาปิดที่แข็งแรง ราวกั้น รั้วกันตก หรือแผงทึบตามข้อ 6 พร้อมทั้งติดป้ายเตือนอันตราย ให้เห็นได้อย่างชัดเจน
ข้อ 11 นายจ้างต้องมิให้ลูกจ้างทํางานในที่สูงนอกอาคารหรือพื้นที่เปิดโล่ง ในขณะที่มีพายุ ลมแรง ฝนตกหรือฟ้าคะนอง
# เว้นแต่มีเหตุจําเป็นที่จะต้องให้ลูกจ้างทํางานเพื่อให้เกิดความปลอดภัย หรือบรรเทาเหตุอันตรายที่เกิดขึ้น โดยต้องจัดให้มีมาตรการเพื่อความปลอดภัยของลูกจ้าง
ข้อ 12 ในกรณีที่ลูกจ้างต้องใช้บันไดไต่ชนิดเคลื่อนย้ายได้เพื่อทํางานในที่สูง
# นายจ้าง ต้องดูแลการตั้งบันไดให้ระยะระหว่างฐานบันไดถึงผนังที่วางพาดบันไดกับความยาวของช่วงบันได นับจากฐานถึงจุดพาดมีอัตราส่วน 1:4 หรือมีมุมบันไดที่ตรงข้ามผนัง 75 องศา
# บันไดไต่ตามวรรคหนึ่งจะต้องมีโครงสร้างที่มั่นคง แข็งแรง และปลอดภัยต่อการใช้งาน มีความกว้างของบันไดไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร ทั้งนี้ บันไดไต่ต้องมีขาบันไดหรือสิ่งยึดโยง ที่สามารถป้องกันการลื่นไถลของบันไดได้

ข้อ 15 ในกรณีที่มีการทํางานบนที่ลาดชันที่ทํามุมเกิน 15 องศาแต่ไม่เกิน 30 องศา จากแนวราบ และมีความสูงของพื้นระดับที่เอียงนั้นตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป
#นายจ้างต้องจัดให้มีนั่งร้าน ที่เหมาะสมกับสภาพของการทํางาน หรือเข็มขัดนิรภัยและเชือกนิรภัยหรือสายช่วยชีวิตพร้อมอุปกรณ์ หรือมาตรการป้องกันการพลัดตกอื่นใดที่เหมาะสมกับสภาพของการทํางาน
# ในกรณีที่มีการทํางานบนที่ลาดชันที่ทํามุมเกินกว่า 30 องศาจากแนวราบ และมีความสูง ของพื้นระดับที่เอียงนั้นตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป นายจ้างต้องจัดให้มีนั่งร้านที่เหมาะสมกับสภาพของ การทํางาน หรือมาตรการป้องกันการพลัดตกอื่นใดที่เหมาะสมกับสภาพของการทํางาน และ เข็มขัดนิรภัยและเชือกนิรภัยหรือสายช่วยชีวิตพร้อมอุปกรณ์

ข้อ 16 ในกรณีที่มีการลําเลียงวัสดุสิ่งของขึ้นหรือลงจากที่สูง หรือลําเลียงวัสดุสิ่งของบนที่สูง
# นายจ้างต้องจัดให้มีราง ปล่อง เครื่องจักร หรืออุปกรณ์ที่เหมาะสมในการลําเลียง เพื่อป้องกัน อันตรายจากวัสดุสิ่งของกระเด็นหรือตกหล่น
ข้อ 17 นายจ้างต้องกําหนดเขตอันตราย
# ในบริเวณพื้นที่ที่อาจมีการกระเด็น ตกหล่น หรือพังทลายของวัสดุสิ่งของ และติดป้ายเตือนอันตรายบริเวณพื้นที่ดังกล่าว พร้อมทั้งจัดให้มี มาตรการควบคุมดูแลเพื่อให้เกิดความปลอดภัยจนกว่างานจะแล้วเสร็จ
ข้อ 18 ในกรณีที่มีวัสดุสิ่งของอยู่บนที่สูงที่อาจกระเด็น ตกหล่น หรือฟังทลายลงมาได้
# นายจ้างต้องจัดทําขอบกันของตกหรือมาตรการป้องกันอื่นใดที่เหมาะสมกับสภาพของการทํางาน
ข้อ 19 ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทํางานบริเวณใกล้เคียงหรือทํางานในสถานที่ที่อาจมี การกระเด็น ตกหล่น หรือพังทลายของวัสดุสิ่งของ
# นายจ้างต้องจัดให้มีมาตรการควบคุมดูแลเพื่อให้เกิด ความปลอดภัยแก่ลูกจ้างตลอดระยะเวลาการทํางาน
ข้อ 20 ในบริเวณที่เก็บหรือกองวัสดุสิ่งของที่อาจทําให้เกิดอันตรายจากการตกหล่น หรือ พังทลายของวัสดุสิ่งของดังกล่าว
# ให้นายจ้างจัดเรียงวัสดุสิ่งของให้เกิดความมั่นคงปลอดภัย ทําผนังกั้น หรือใช้วิธีการอื่นใด เพื่อป้องกันอันตรายจากการตกหล่นหรือพังทลายของวัสดุสิ่งของนั้น
ในกรณีที่มีการเคลื่อนย้ายวัสดุสิ่งของตามวรรคหนึ่ง ให้นายจ้างจัดให้มีมาตรการป้องกันอันตราย จากการตกหล่น หรือฟังทลายของวัสดุสิ่งของที่จะทําการเคลื่อนย้ายนั้นด้วย
ข้อ 21 ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทํางานในท่อ ช่อง โพรง บ่อ หรือสถานที่อื่นใด ที่อาจเกิดการ พังทลายได้
# ให้นายจ้างจัดทําผนังกั้น ค้ำยัน หรือใช้วิธีการอื่นใดที่สามารถป้องกัน อันตรายจากการพังทลายที่
อาจเกิดขึ้นนั้นได้
ข้อ 22 ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทํางานในบริเวณหรือสถานที่ใด หรือลักษณะของ การทํางานอาจทําให้ลูกจ้างได้รับอันตรายจากการพลัดตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ เช่น ถัง บ่อ กรวย ภาชนะหรือสิ่งอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกันที่ลูกจ้างอาจพลัดตกลงไปได้
# นายจ้างต้องจัดให้มีสิ่งปิดกั้น ที่มั่นคงแข็งแรง จัดทําราวกั้นหรือรั้วกันตกที่มั่นคงแข็งแรงล้อมรอบภาชนะนั้น เพื่อป้องกัน การพลัดตกลงไปของลูกจ้าง
#ในกรณีที่นายจ้างไม่อาจดําเนินการตามที่กําหนดไว้ในวรรคหนึ่งได้ นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้าง สวมใส่เข็มขัดนิรภัยและเชือกนิรภัยหรือสายช่วยชีวิตตลอดระยะเวลาการทํางาน

ข้อ 23 นายจ้างต้องมิให้ลูกจ้างทํางานบนภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ เช่น ถัง บ่อ กรวย ภาชนะหรือสิ่งอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกันที่ลูกจ้างอาจพลัดตกลงไปได้
# เว้นแต่นายจ้างได้จัดให้มีสิ่งปิดกั้น จัดทําราวกั้นหรือรั้วกันตก หรือสิ่งป้องกันอื่นใดที่มั่นคงแข็งแรงเหมาะสมกับสภาพของการทํางาน หรือจัดให้ลูกจ้างสวมใส่เข็มขัดนิรภัยและเชือกนิรภัยหรือสายช่วยชีวิตตลอดระยะเวลาการทํางาน
# หากนายจ้างให้ลูกจ้างทํางานในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ ต้องให้ลูกจ้างสวมใส่เข็มขัดนิรภัยและ เชือกนิรภัยหรือสายช่วยชีวิตตลอดระยะเวลาการทํางานด้วย
# ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทํางานบนภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุที่มีความสูงตั้งแต่สี่เมตรขึ้นไป นายจ้างต้องจัดให้มีสิ่งปิดกั้น จัดทําราวกั้นหรือรั้วกันตก หรือสิ่งป้องกันอื่นใดที่มั่นคง แข็งแรงเหมาะสมกับสภาพของการทํางาน และต้องให้ลูกจ้างสวมใส่เข็มขัดนิรภัยและเชือกนิรภัย หรือสายช่วยชีวิตตลอดระยะเวลาการทํางานด้วย


