ระบบล็อค และการแขวนป้าย

ระบบล็อก (Lockout System) 

     เป็นระบบที่ใช้ในการตัดแยกอุปกรณ์ที่เป็นแหล่งกําเนิดพลังงาน โดยการใช้อุปกรณ์ที่ออกแบบมาสําหรับใช้เป็นเครื่องมือในการล็อกโดยไปล็อกที่แหล่งกําเนิดพลังงานรวม ทั้งปลดปล่อยพลังงานสะสมค้างอยู่ที่อาจเป็น     
     อันตรายได้

ระบบป้ายเตือน (Tagout System) 
   คือ การควบคุมอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ปฏิบัติงาน โดยมีลักษณะเป็นแผ่นป้ายแสดงข้อความเตือนอันตราย หลังจากทําการล็อกที่แหล่งกําเนิดพลังงานก็จะต้องทําการแขวนป้ายเตือนไว้ที่อุปกรณ์นั้นตลอดเวลา
   ป้ายเตือนจะแสดงรายละเอียดของข้อความเตือน ตามแต่ละจุดประสงค์ของงาน ลักษณะงานชนิดไหน ใครเป็นผู้รับผิดชอบ โดยป้ายเตือนจะถูกแขวนไว้กับกุญแจล็อกเสมอ จนงานเสร็จจึงสามารถปลดป้ายออกได้

ความต้องการของระบบ Lockout Tagout 
   - ผู้บริหารต้องจัดทําเอกสารขั้นตอนระบบ Lockout/Tagout
   - ขั้นตอนของระบบ Lockout/Tagout อย่างน้อยต้องมีข้อมูล ดังนี้
     • จุดประสงค์ในการใช้ขั้นตอนการล็อกและติดป้ายเตือน
     • ขั้นตอนการปิด แยก ตัด และป้องกันเครื่องจักรจากพลังงานที่อันตราย
     • ขั้นตอนการติดตั้ง ถอด และย้ายอุปกรณ์ล็อกและป้ายเตือน รวมทั้งกําหนดผู้รับผิดชอบ
     • ขั้นตอนการทดสอบเครื่องจักรเพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของระบบ Lockout Tagout
   - มีการระบบควบคุมเพื่อให้เกิดการบังคับใช้
   - แน่ใจว่าผู้ปฏิบัติงานนําไปใช้ในการควบคุมอันตรายในการปฏิบัติงาน
อาจไม่ต้องใช้เอกสารขั้นตอนระบบ Lockout Tagout ในกรณีดังนี้
   • เครื่องจักรไม่สามารถสะสมพลังงานก่อให้เกิดอันตรายหลังการปิดเครื่องได้
   • เครื่องจักรมีแหล่งพลังงานเดียวซึ่งสามารถบ่งชี้และตัดแยกได้
   • การตัดแยกและล็อกพลังงาน สามารถตัดการทํางานของเครื่องจักรได้อย่างสมบูรณ์
   • ชุดล็อกชุดเดียวสามารถล็อกเครื่องจักรได้สมบูรณ์
   • อุปกรณ์ล็อกอยู่ภายใต้การดูแลเฉพาะของผู้ที่ได้รับมอบหมายในงานนั้น
   • การเข้าซ่อมบํารุงไม่ก่อให้เกิดอันตรายกับผู้ปฏิบัติงาน
   • ผู้ปฏิบัติงานไม่มีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากพลังงานสะสมหรือการเดินเครื่องจักรโดยไม่ตั้งใจ

ความต้องการของระบบ Tagout
   การใช้ระบบป้ายเตือน (Tagout) 
ใช้ได้เฉพาะในกรณีที่ อุปกรณ์ตัดแยกแหล่งพลังงานไม่สามารถติดตั้งอุปกรณ์ล็อกได้
   การใช้ระบบล็อก (Lockout) ต้องนําระบบล็อกมาใช้ ในกรณีที่อุปกรณ์ตัดแยกแหล่งพลังงานสามารถติดตั้งอุปกรณ์ล็อกได้ ยกเว้นในกรณีที่สามารถแสดงให้เห็นได้ว่าระบบป้ายเตือน (Tagout)
สามารถป้องกันอันตรายได้เทียบเท่าระบบล็อก (Lockout)
   การใช้เฉพาะระบบปายเตือน (Tagout) ในกรณีที่ไม่สามารถติดตั้งอุปกรณ์ล็อก (Lockout Devices) ได้
     1. ป้ายเตือน (Tagout) ต้องติดตั้งในจุดที่ควรติดตั้งอุปกรณ์ล็อกอยู่
     2. ติดตั้งป้ายเตือน (Tagout) และให้หามาตรการอื่นๆ ที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่าระบบล็อก (Lockout) เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดกับผู้ปฏิบัติงาน เช่น
        • ตัดแยกวงจร โดยปลดสายไฟออก
        • ปิดกั้นสวิตช์ควบคุม เพื่อไม่ให้ผู้อื่นทําการกดเปิดสวิตช์ได้
        • ปลดอุปกรณ์ไฟฟ้า เพื่อตัดแยกแหล่งพลังงาน
        • ถอดก้านวาล์วออกเพื่อลดความเสี่ยงจากการเปิดโดยไม่ได้ตั้งใจ

ขั้นตอนการทำ Lockout Tagout (LOTO Procedures) 
1. เตรียมการปิดระบบ (Preparation for Shutdown)
  - กําหนดชนิดของพลังงานที่ควบคุมการทํางานของเครื่องจักร รวมถีงพลังงานสะสมที่มี เมื่อเครื่องจักรถูกตัดแยกพลังงาน
  - ก่อนที่ผู้อนุญาตหรือผู้ปฏิบัติงานจะทําการปิดการทํางานของเครื่องจักร จะต้องมีความรู้ และตัดสินใจได้ว่า
    • แหล่งพลังงานนั้นเป็นแหล่งพลังงานชนิดใด ?
    • อันตรายจากแหล่งพลังงานที่จะต้องถูกควบคุมมีอะไรบ้าง ?
    • รวมทั้ง จะควบคุมอันตรายนั้นอย่างไร ?
2. ปิดเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ (Machine or Equipment Shutdown)
   - การปิดสวิตช์หรือหยุดการทํางานของเครื่องจักร/อุปกรณ์ในระบบ จะช่วยหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ปฏิบัติงาน โดยไม่ตั้งใจ
3. การตัดแยกเครื่องจักร (Machine Isolation)
  - อุปกรณ์การตัดแยกแหล่งพลังงาน เป็นสิ่งจําเป็นสําหรับใช้ควบคุมพลังงานของเครื่องจักรและตัดแยกเครื่องจักร ออกจากแหล่งพลังงาน (Energy Isolating Devices) โดยอุปกรณ์ที่ใช้ในการตัดแยก
    จะช่วยปิดระบบหรือทําให้เกิดความปลอดภัย ซึ่งอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต้องทําการตัดแยก มีดังนี้ เช่น
    • ตัดแยกมอเตอร์/สวิตช์/วงจรไฟฟ้า
    • ตัดแยกแหล่งพลังงานอื่นๆ
    • ตัดแยกระบบไฮโดรลิก/นิวเมติก/ไอน้ํา โดยปิดวาล์ว ปิดปลายท่อ ปลดสายออก
    • ป้องกันชิ้นส่วนเคลื่อนที่ตามแรงโน้มถ่วง
4. อุปกรณ์ระบบล็อกหรือระบบป้ายเตือน (Log out Tag out Device Application)
  - อุปกรณ์ที่ใช้ในการตัดแยกพลังงานจะประกอบไปด้วยตัวล็อกและป้ายเตือน ซึ่งใช้โดยผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายหน้าที่เท่านั้น ทั้งตัวล็อกและป้ายเตือนจะต้องติดกับตัวอุปกรณ์ที่ทําการตัดแยกตลอดเวลา
5. การปล่อย/ควบคุมพลังงานสะสม (Stored Energy Release/Restraint)
  - หลังจากตัดแยกแหล่งพลังงานแล้ว ก็ต้องพิจารณาถึง พลังงานศักย์ (พลังงานสะสม) ของอันตรายที่ถูกสะสมอยู่ หรือที่ยังคงเหลืออยู่ภายในเครื่องจักร อุปกรณ์ หรือกระบวนการผลิต ทั้งนี้จะต้องมีวิธีการปลดปล่อยพลังงาน
  สะสมที่มีอยู่
6. การตรวจสอบ (Verification)
  - เมื่อเริ่มทํางานกับเครื่องจักรที่มีการควบคุมพลังงานด้วยระบบ ล็อกและป้ายเตือน ผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติงานจะต้องมีการตรวจสอบด้วยเครื่องมือทดสอบ และ/หรือด้วยการตรวจสอบด้วยสายตา

รูปแบบของอุปกรณ์ล็อคและป้าย LOTO (Format of LOTO Devices) 
1. อุปกรณ์ล็อกต้องทนทานต่อจํานวนครั้งการใช้งาน, สภาพแวดล้อม
2. ป้ายเตือนต้องสามารถทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่ชื้น/กัดกร่อน
3. ต้องมีจุดสังเกตที่ชัดเจนและใช้กับงาน LOTO เท่านั้น
4. ต้องไม่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น
5. ต้องมีรูปแบบ สี ขนาดที่เปลี่ยนรูปแบบเดียวกัน
6. ต้องสามารถระบุได้ว่าใครเป็นผู้ใช้งานอุปกรณ์นั้น
7. ต้องแข็งแรงเพียงพอที่จะป้องกันการเคลื่อนย้ายออก

รูปแบบของป้ายเตือน Tagout (Format of Tagout) 
1. ต้องจัดทําและพิมพ์โดยทนทานต่อสภาพอากาศที่อาจเปียกชื้น
2. ต้องไม่ชํารุดเมื่ออยู่ในสภาวะแวดล้อมที่กัดกร่อน
3. ต้องอยู่ในรูปแบบเดียวกันที่เป็นมาตรฐาน
4. ต้องแข็งแรงพอที่จะป้องกันการหลุดออกโดยไม่ตั้งใจ
5. ต้องผูกรัดด้วยวัสดุที่แข็งแรง ไม่ขาดง่าย ไม่นํากลับมาใช้ใหม่
6. ต้องไม่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น
7. ต้องสามารถเตือนสภาวะที่อันตราย ถ้าเครื่องจักรเดินเครื่อง
8. ต้องมีข้อความ เช่น ห้ามเดินเครื่อง, ห้ามเปิด, ห้ามปิด เป็นต้น

ผลที่ได้รับจากการทำ LOTO 
- นํามากําหนดเป็นมาตรฐานในการควบคุมการปฏิบัติงานให้เกิดความปลอดภัยในสถานที่ทํางาน ตามกฎหมาย และมาตรฐาน
- ร้อยละ 95 ของระบบ Lockout/Tagout จะสามารถควบคุมความผิดพลาดของระบบการส่งถ่ายพลังงานต่าง ๆ และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการจ่ายค่าชดเชยหรือค่ารักษาพยาบาลจากกรณีเกิดอุบัติเหตุ
- เพิ่มผลผลิต และสร้างขวัญกําลังใจของผู้ปฏิบัติงาน

 




 




 



 

 

 




 

 



 

 

 





 



 




Visitors: 98,805